HOW TO Digital Watercolor by ขนุน
posted on 20 Dec 2008 18:14 by kanonloli in My-Howto-ในที่สุด How to ก็เสร็จซะที รอดไปอีก 1 วะฮู้วววว
ตอนนี้ ใครมีเพนเตอร์แล้วสนใจหัดดูก็ลองเปิดๆแล้วหัดปาดเกลี่ยตามไปก็ได้นะเออ ^^
อนึ่ง โปรแกรมที่ใช้ในงานนี้คือ Painter X กับ Photoshop CS2 นะคะ
****เตรียมเส้น****
ขั้นตอนนี้ขอลัดนะคะ เพราะไม่ว่าจะเตรียมเส้นนอกคอมหรือชอบตัดในคอมก็ตามสะดวกค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบเส้นดินสอมากกว่าน่อ ถึงช่วงนี้จะตัดในคอมบ่อยๆก็เถอะ = =
จากรูปที่เห็นคือตัดในคอมค่ะ ^^ ใช้ Cover pencil ในเพนเตอร์ตัดเส้น ( แม้ยามตัดเส้นคอมมิกก็ยังใช้ตัวนี้เลย เส้นมันพริ้วดีค่ะ )
เสร็จแล้ว ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดก็ช่าง ลด Resolution ลงเหลือ 120 ค่ะ แล้วเซฟซะ
****ลงสี****
การลงสีน้ำเป็นอะไรที่ต้องเห็นภาพในหัวชัดเจนอยู่แล้วซักหน่อยค่ะ ( อีชั้นก็ไม่ถนัด ORZ ) เอาล่ะ....เผื่อใครรู้สึกไม่แน่ใจเรื่องการคุมสีกะคอมโพส ลองทำการดราฟสีเร็วๆดูก่อนก็ได้ค่ะ
----มาถึงตรงนี้จะเริ่มงานใน Painter แล้วค่ะ
มาพูดถึงเรื่องเครื่องมือในเพนเตอร์ก่อนค่ะ ที่เราใช้เป็นหลักๆมีอยู่แค่ 2-3 ตัว ดังนี้ค่ะ
ตัวนี้ไว้ลงสีทุกงานค่ะ
เครื่องมืออเนกประสงค์ประจำสตูดิโอของขนุนโลลิ ( 55+ ) ใช้เกลี่ยสีไปๆมาๆ ควบคุมรูปทรงของสีค่ะ
ตัวนี้ใช้ในการลบสีน้ำค่ะ ยางลบในสีน้ำมีข้อดีตรงที่มันจะลบแค่สีน้ำเท่านั้นค่ะ สมมุติว่า ถ้าลองปาดสีชนิดอื่นเช่น สีน้ำมันหรืออะคลิลิคลงไป บรัชตัวนี้จะไม่มีผลค่ะ
ในส่วนของเลเยอร์ เราจะทำแบบนี้ค่ะ มันจะช่วยตัดปัญหาเวลาลงสีไปแล้วขึ้นขาวๆเวลาระบายเบาๆ รับรอง หายชะงัก
การเลือกตัวเลือกนี้ จะมีผลทำให้ไม่สามารถระบายลงไปในพื้นที่ๆยังไมีมีการระบายอะไรลงไปทั้งนั้นค่ะ
และเพื่อให้ไอ้ที่ติ๊กไปนั่นมีผล.....
1. เปิดเลเยอร์ขึ้นมา 1 เลเยอร์ ปรับให้เป็นโหมด Multiply
2. เทสีขาวลงไปค่ะ ครวจะดูให้แน่ๆว่ามันขาวจริงๆรึเปล่าด้วยนา = =
3.ก๊อปปี้ไว้หลายๆเลเยอร์ซะหน่อย เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ
ใช้เลเยอร์พวกนี้ในการระบายสีลงไปค่ะ
********อย่างที่เราเคยบอกๆไปในฮาวทูอันที่แล้วๆ ถ้าใครอยากจะเก็บสีน้ำไว้เกลี่ยต่อวันหลัง ให้เซฟเป็น .rif ซะนะคะ พอเสร็จงานจากเพนเตอร์ค่อยเซฟเป็น .psd จะได้เิปิดใน PS ได้*******
แล้วก็ จำหลักการนี้ไว้ดีๆด้วย
มา เริ่มลงสีกันซะที
โดยปกติ เรามักจะลงเงาชั้นแรก ( ที่เป็นสีๆ เนี่ยแหละ ) ลงไปก่อนค่ะ เพื่อความสะดวกในการคุมโทนสีแบบรวมๆในงาน บรัชที่ใช้คือ Simple water ใน Digital watercolor ค่ะ
พอลงตามตำแหน่งที่ได้แล้ว ก็ใช้ Pure water brush เกลี่ยๆให้เข้าทรงค่ะ บรัชตัวนี้เราใช้ทั้งเกลี่ยและควบคุมรูปทรงตลอดทั้งชิ้นงานเลยค่ะ ลองเกลี่ยๆเล่นดูก็ได้นะคะ ใช้ง่ายดี
พอลงคลุมๆเสร็จ จะรู้สึกเหมือนว่างานเสร็จไปเยอะแล้ว แต่จริงๆยังเหลืออีกเพียบค่ะ 55+
เราอยากให้จำขั้นตอนนี้ไว้ดีๆ เพราะหลังจากนี้ไป วิธีการแบบนี้จะถูกใช้จนจบงานค่ะ แต่เราจะไม่ขออธิบายซ้ำนะคะ
--------------------------------------------------------------------------
ต่อไปจะเป็นการลงสีพื้นจริงๆค่ะ
เราเริ่มจากการลงสีผิวค่ะ ใช้ Simple water เจ้าเดิมเลย ลงผิวยังไม่มีอะไรมากเพราะลงสีเดียวก็เสร็จ
***************
เริ่มลงสีผมค่ะ Copy เลเยอร์ที่เทขาวลงไปในตอนแรกแล้วเริ่มลง ขั้นตอนนี้เรามักจะอาศัยการเว้นขาวมากกว่าการลงสีของแสงทับทีหลัง ข้อดีของวิธีนี้คือจะทำให้เราเห็นรอบขอบแปรงด้วยค่ะ
ต่อมาก็ลงสีเข้มกว่าไปในเลเยอร์เดียวกันไปเลย แล้วเกลี่ยให้เข้าทรง จริงๆถึงตอนนี้เราดันลืมลืมแค๊ปสีตอนปาดชั้นเข้มกว่าน่ะค่ะ = =llll เพราะงั้นลองดูรูปตอนปาดสีเงาชั้นแรกแล้วทำความเข้าใจน่อ
ถ้าสีตากับสีผมเหมือนกัน เราก็ลงไปพร้อมๆกันซะเลย
ผมอาเบะคุง=w= เราก็ใช้วิธีเดียวกันค่ะ แต่จะเว้นขาวไว้น้อยกว่าเพราะจะทำให้ผมดูสีเข้มขึ้นค่ะ^3^
เนื่องจากชุดเบสบอลมันขาวค่ะ....เราก็เลยละขั้นตอนนี้ไว้ซะเลย =w=
มาลงส่วนที่ไม่ขาวละกัน....เอ ไอ้เสื้อที่เป็นเครื่องป้องกันของแคชเชอร์นี่มันเรียกว่าอะไรน๊าาา ช่างมันก่อน มาลงสีกัน
ตอนแรก ลงพื้นเรียบๆนี่แหละค่ะ Simple Water เจ้าเิดิมเลย
ต่อมา เราปาดสีน้ำตาลที่เข้มกว่าค่อนข้างมากลงในเลเยอร์เดียวกันค่ะ
สาธิตวิธีการปาดสีฮะ....เราขออนุญาติสาธิตแยกต่างหากนะคะเพราะตอนปาดมันเสร็จเร็วมาก ลืมแค็ป = =
เรียบร้อย ><
( เอ่อ ดูยังไง๊ยังไงก็เหมือนช๊อกโกแล็ตบาร์ซะมากกว่าอ่ะ ORZ )
และใช้วิธีเดียวกันในการลงถุงมือค่ะ
พอมาถึงตรงนี้ เราก็ลงเงาทับไปอีกชั้นเพิ่มความลึกค่ะ ใช้สีที่จุดไว้ข้างๆนี่เลย
แล้วก็ ลงบริเวณระหว่างใต้คิ้วถึงตา เพื่อให้ดูลึก และให้อาเบะหน้าเข้มขึ้นอีกหน่อยค่ะ ^^
( ภาพแตกอย่างเห็นได้ชัด....เหวอออออ O[]Ollll )
ต่อมาก็....ดันนึกขึ้นมาได้ว่าชุดเบสบอลทีมนิชิอุระมันต้องมีชื่อนิชิอุระกะเบอร์ ( มิฮาชิเบอร์ 1 อาเบะเบอร์ 2 )
ก็เลยต้องลงเส้นเพิ่มค่ะ แต่ก่อนหน้านั้น เราเปิดเลเยอร์ใหม่เพื่อร่างซะก่อน
ดูเรื่องรอบยับด้วย อา...ยากจัง T T
ร่้างเสร็จก็ลงด้วยสีแดงตามต้นฉบับ เพิ่มเงา เท่านี้ก็เรียบร้อยไปอีกจุดค่ะ=3=
จบงาน Foreground ในส่วนของเพนเตอร์แล้วค่ะ คราวนี้จะไปต่อในช็อปแล้วจ้า
เราลืมสิ่งที่สำคัญสุดๆไปเรื่องนึง นั่นก็คือก่ารกั้นซีเล๊คชั่นระหว่างFG กะ BG ค่ะ ใครที่อ่านฮาวทูตัวนี้ เราขอแนะนำให้ทำตั้งแต่ตอนตัดเส้นเสร็จเลยนะคะ ><
เรื่องเทคนิคในการกั้นซีเล็คชัน เราแนะนำให้ฟรีสไตล์ึค่ะ แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ต้องพาทเลยค่ะ เส้นจะโค้งเรียบสวยสุด และก็เร็วด้วย....แล้วก็ เรื่องวิธีการทำพาท แนะนำว่า ไปศึกษาเองดีกว่านะคะ....เราค่อนข้างศรัทธาในระบบเซลฟ์สตั๊ดดี้ แล้วก็ มันยิบย่อยจนเราขี้เกียจอีกนั่นแหละ
อันนี้กั้นเสร็จแล้วค่ะ เราลองเปิดเป็นโหมด Quickmask จะได้เห็นชัดๆ
ลงสีขาวรองส่วน FG ไว้ค่ะ คราวนี้ไม่ว่าจะจัดการอะไรกะฺBG ก็สบายแล้ว
เอาล่ะ พอกั้นซีเล็คกับรวมเลเยอร์ที่รวมได้แล้วเสร็จก็มาจัดการกะ BG ในเพนเตอร์ค่ะ
ด้านหลังของรูปนี้เราตั้งใจให้เป็นท้องฟ้าในฤดูร้อนค่ะ
อันที่จริง มันก็ไม่ใช่ของที่แค่จำๆว่าท้องฟ้าต้องมีสีฟ้ามีเมฆสีขาว หรืออะไรทำนองนั้นซะทีเดียวนะคะ ในที่นี้ เราก็จะขอให้ข้อสังเกตเอาไว้แบบนี้ค่ะ
ท้องฟ้าในหน้าร้อนจะมีสีเข้มกว่าหน้าอื่นๆ แล้วเมฆก็เป็นก้อนใหญ่ๆหนาๆ หน่อยค่ะ อา บางคนเห็นรูปนี้อาจจะไม่เก็ต ลองนึกถึง OP เรื่อง Air ดูนะคะ แบบนั้นเลย....><b
( แอบงกเมฆหลายสถาน กมันขี้เกียจวาดนี่นา )
ในขณะที่หน้าหนาว ท้องฟ้าจะปลอดโปร่งเกือบทั้งวันค่ะ เมฆก็ก้อนเล็กๆบางๆ
:::: คำถาม ::::
Q : ทำไมหน้าหนาวถึงได้หนาว ??
A : ก็เพราะท้องฟ้า ( 27 ) ไม่มีเมฆ ( 18 ) อยู่เคียงข้างไงล่ะ
( / เอ๊ะ ไหงรู้สึกถึงสายตาอาฆาตของแม่ยก 6927 กะ D18 แม่งๆหว่า )
( คนอ่าน : ไอ้ขนุนนี่เล่นมุขบ้าอะไรของแมร่งขึ้นมาตอนนี้ฟร๊ะ )
....อ่า....วกเข้าเรื่องๆ
คอนเซปท์ของรูปนี้คือ "ความฝันของเด็กหนุ่มในหน้าร้อน ( คู่หูแบตเตอรี่ )" 55+ ( ชื่อบ้าอะไรเนี่ย = = ) เพราะงั้น ไงๆดูรวมๆก็ต้องหน้าร้อนค่ะ
ก่อนอื่นเลย เราก็ลงสีฟ้าสองโทนแล้วเกลี่ยให้ไล่สีกันค่ะ ใครใช้โปรแกรมที่มีกราเดียนส์นี่น่าอิจฉาจัง T T
ต่อมา เราลบขอบออกให้ขาวโดยใช้ Gentle wet ereser ใน Digital watercolor ค่ะ
บรัชตัวนี้เวลาปาดผลจะดูคล้ายกับเอากระดาษทิชชู่หรือบรัชหมาดๆมาซับสีออกนะคะ แล้วก็ลด Opacity ลงหน่อยเพื่อจะได้ไม่โดดเกินหน้าพระเอกกะนายเอกของเราค่ะ
ต่อมา เขียนแนวเมฆเบาด้วย Wet ereser ค่ะ
ต่อมาก็ลบบริเวณที่โดยแสงออก แหลือบริเวณที่เป็นเงาไว้ เวลาเบลนกับสีเทาในขั้นตอนต่อไปจะได้ดูมีสีบรรยากาศปนค่ะ
ต่อมา ลงสีเทาโทนอมฟ้าลงไปในส่วนที่เป็นเงาค่ะ
เสร็จแล้วก็ลงสีเทาที่อ่อนกว่า ทับบริเวณที่สว่างขึ้นมา
แล้วก็เกลี่ย + จัดรูปทรงด้วย Pure water brush ค่ะ
และนี่คือเมฆที่เสร็จแล้ว ^^
^^
ตกแต่งต้นไม้เบลอๆ ลงไปด้านล่าง แล้วก็ลบแต่งด้วย Gentle wet อีกที ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนนี้ค่ะ
เซฟซะ ( จริงๆควรจะเซฟเป็นระยะๆนะจ๊ะ ) แล้วมาเปิดงานใน PS กัน
มาตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนสุดท้ายกันจริงๆแล้วค่ะ
เราอยากให้อาเบะดูลอยออกมาจากมิฮาชิซะหน่อย เลยตัดสินใจปรับลด Opacity ของลายเส้นตัวมิฮาชิลงค่ะ
( คงไม่ค่อยเห็นความแตกต่างอ่ะเนอะ = = )
จากนั้น ลบสีส่วนที่ตั้งใจให้ออกมาในแนวคัตเอาท์ออกให้ดูเลือนหายไปค่ะ
เมื่อจัดการตรงนี้เสร็จ เราก็พบว่าส่วนด้านล่างของรูปมันว่างไป ทำให้คอมโพสดูไม่ได้เอาซะเลย ORZ จึงครอปส่วนที่เกินจำเป็นออกไปค่ะ ในที่นี้ ก่อนครอป ดูคอมโพสดีๆด้วยนา ไม่ใช่ครอปแล้วเหียกกว่าเดิม = =
ก่อนครอป.....
พอครอปเสร็จก็จัดการตกแต่งฟอนต์ดังนี้ค่ะ
Finished !!!!!
( แล้วก็ สุขสันต์วันเกิดพี่โชย้อนหลังด้วยนะคะ ^^ )
( พี่โช : เห้ยนัท.....มิฮาชิเอ็งอยู่ไหนวะ... )
( ไอนัท : .....พูดไม่ออก....)
เอาเป็นว่า ยังไงรูปก็เสร็จไปแล้ว T Tเรื่องทรงผม แก้ตัวกันงานหน้าละกันค่ะ
ถ้ามีข้อสงสัยอะไรยังไง.... EMS เอานะจ๊ะ ^^
Seishun Line - Ikimonogakari
จะมีเพลงไหนเข้ากับรูปไปกว่าเพลงนี้อีก =w=















ฮ่ะๆๆ
#1 By Sharpen_Thought on 2008-12-20 22:48