My-Howto-

(How To)Brush Tracking in Painter

posted on 07 May 2009 14:34 by kanonloli  in My-Howto-

เอ็นทรี่นี้มาจากการที่คุยกะดีดี  เจ้าตัวบอกว่าเพนเตอร์เส้นฝืดลากยากเกินไปซะหน่อย เราเลยบอกวิธีปรับไป เจ้าตัวเลยอยากให้เอาวิธีที่ว่าลงบล๊อกด้วยค่ะ

 

เพราะงั้น.....ถ้าวิธีที่บอกไปมีประโยชน์กับคุณที่กำลังอ่านบล๊อกนี้อยู่ล่ะก็ ขอบคุณที่ดีดีน่าจะดีกว่ามาขอบคุณเราน่ะนะคะ ^^ b

 

เข้าเรื่องๆ ....

 

 How to Brush Tracking in Coral Painter

( ในการสาธิตเราใช้ เวอร์ชั่น X ค่ะ แต่ไม่ต้องห่วง เวอร์ชั่นอื่นก็มีเหมือนกันนั่นแหละ )

 

จริงๆเพนเตอร์เป็นโปรแกรมที่เราใช้เป็นหลักในการลงสี+ตัดเส้นในคอมค่ะ แถมเรายังไม่ถูกโรคกะโปรแกรมที่ตัดเส้นลื่นๆอย่าง SAI  ทั้งที่หลายๆคนเค้าก็ใช้กันได้ปกติ ORZ

 

ซึ่งตรงนี้ เพนเตอร์ช่วยเราได้ค่ะ

 

เพราะว่าแต่ละคนจะมีลักษณะการสโตร๊คไม่เหมือนกัน การทำ Brush Tracking เป็นตัวที่จะช่วยให้การสโตร๊กบรัชในโปรแกรมนี้เหมาะกับตัวของผู้ใช้มากที่สุดค่ะ

วิธีทำก็ง่ายมาก = =+

 1. ไปที่ Menu bar เลือก Edit -------> Preferences -------> Brush Tracking

 2. แล้วจะขึ้นหน้าจอแบบนี้ค่ะ

 3. ลากสโตรกแบบที่ใช้ปกติลงไปบนช่อง Scratch Pad ย้ำ!! แบบปกตินะเออ เสร็จแล้วก็กด OK ที่มุมขวาล่างไปเลยค่ะ

 

 

 ....

จริงๆพอสโตรกลงไปมันจะขึ้นอะไรประมาณนี้ขึ้นมาค่ะ

 

แต่เนื่องจากเราแคปไปมันก็ไม่ขึ้นให้น่ะนะคะ เลยขอยืมรูปมาจากใน Help ของเพนเตอร์ซะเลย

 

 4. Enjoy!!!!

 

( รูปที่เห็นนี้ใช้ Cover pencil วาดขึ้นมาค่ะ )

 

------------การปรับแบบนี้ทำได้ตลอดค่ะ รวมทั้งการปรับเพื่อใช้งานในลักษณะที่ต่างกันด้วย เช่น การลงสีหรือเส้น ถ้ารู้สึกว่าเส้นฝืดหรือลื่นไป มันช่วยได้ = =b

 อันที่จริงวิธีนี้ก็มีอยู่ใน Help ของเพนเตอร์เองนั่นแหละ = =b+ เราก็ไปขุดมาเหมือนกันค่ะ

.................................................................................................

เข้าโซนโฆษณา

เนื่องจากไม่นิยมก๊อปแปะเฉยๆ 55+ เลยอาศัยสิทธิพิเศษ ( หรือเลวนั่นแหละ ) ลงมือซะหน่อยค่ะ

 

--------------------------------------------------------------------------------------------

 


New Moon - Kanno Yoko

 

ไปล่ะค่า เจอกันเอนทรี่หน้า ^^/ 

edit @ 7 May 2009 16:15:13 by kanonloli....โชเน็นไอบันไซ

HOW TO Digital Watercolor by ขนุน

posted on 20 Dec 2008 18:14 by kanonloli  in My-Howto-

ในที่สุด How to ก็เสร็จซะที รอดไปอีก 1 วะฮู้วววว

ตอนนี้ ใครมีเพนเตอร์แล้วสนใจหัดดูก็ลองเปิดๆแล้วหัดปาดเกลี่ยตามไปก็ได้นะเออ ^^

 อนึ่ง โปรแกรมที่ใช้ในงานนี้คือ Painter X กับ Photoshop CS2 นะคะ

****เตรียมเส้น****

ขั้นตอนนี้ขอลัดนะคะ เพราะไม่ว่าจะเตรียมเส้นนอกคอมหรือชอบตัดในคอมก็ตามสะดวกค่ะ  โดยส่วนตัวเราชอบเส้นดินสอมากกว่าน่อ ถึงช่วงนี้จะตัดในคอมบ่อยๆก็เถอะ = =

จากรูปที่เห็นคือตัดในคอมค่ะ ^^  ใช้ Cover pencil ในเพนเตอร์ตัดเส้น ( แม้ยามตัดเส้นคอมมิกก็ยังใช้ตัวนี้เลย เส้นมันพริ้วดีค่ะ )

เสร็จแล้ว ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดก็ช่าง ลด Resolution ลงเหลือ 120 ค่ะ แล้วเซฟซะ

****ลงสี****

 การลงสีน้ำเป็นอะไรที่ต้องเห็นภาพในหัวชัดเจนอยู่แล้วซักหน่อยค่ะ ( อีชั้นก็ไม่ถนัด ORZ ) เอาล่ะ....เผื่อใครรู้สึกไม่แน่ใจเรื่องการคุมสีกะคอมโพส ลองทำการดราฟสีเร็วๆดูก่อนก็ได้ค่ะ

----มาถึงตรงนี้จะเริ่มงานใน Painter แล้วค่ะ

มาพูดถึงเรื่องเครื่องมือในเพนเตอร์ก่อนค่ะ ที่เราใช้เป็นหลักๆมีอยู่แค่ 2-3 ตัว ดังนี้ค่ะ

ตัวนี้ไว้ลงสีทุกงานค่ะ

เครื่องมืออเนกประสงค์ประจำสตูดิโอของขนุนโลลิ ( 55+ ) ใช้เกลี่ยสีไปๆมาๆ ควบคุมรูปทรงของสีค่ะ

ตัวนี้ใช้ในการลบสีน้ำค่ะ ยางลบในสีน้ำมีข้อดีตรงที่มันจะลบแค่สีน้ำเท่านั้นค่ะ  สมมุติว่า ถ้าลองปาดสีชนิดอื่นเช่น สีน้ำมันหรืออะคลิลิคลงไป บรัชตัวนี้จะไม่มีผลค่ะ

ในส่วนของเลเยอร์ เราจะทำแบบนี้ค่ะ มันจะช่วยตัดปัญหาเวลาลงสีไปแล้วขึ้นขาวๆเวลาระบายเบาๆ รับรอง หายชะงัก

 

การเลือกตัวเลือกนี้ จะมีผลทำให้ไม่สามารถระบายลงไปในพื้นที่ๆยังไมีมีการระบายอะไรลงไปทั้งนั้นค่ะ

และเพื่อให้ไอ้ที่ติ๊กไปนั่นมีผล.....

1. เปิดเลเยอร์ขึ้นมา 1 เลเยอร์ ปรับให้เป็นโหมด Multiply

2. เทสีขาวลงไปค่ะ ครวจะดูให้แน่ๆว่ามันขาวจริงๆรึเปล่าด้วยนา = =

3.ก๊อปปี้ไว้หลายๆเลเยอร์ซะหน่อย เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

 ใช้เลเยอร์พวกนี้ในการระบายสีลงไปค่ะ

********อย่างที่เราเคยบอกๆไปในฮาวทูอันที่แล้วๆ ถ้าใครอยากจะเก็บสีน้ำไว้เกลี่ยต่อวันหลัง ให้เซฟเป็น .rif ซะนะคะ พอเสร็จงานจากเพนเตอร์ค่อยเซฟเป็น .psd จะได้เิปิดใน PS ได้*******

 แล้วก็ จำหลักการนี้ไว้ดีๆด้วย

มา เริ่มลงสีกันซะที

โดยปกติ เรามักจะลงเงาชั้นแรก ( ที่เป็นสีๆ เนี่ยแหละ ) ลงไปก่อนค่ะ  เพื่อความสะดวกในการคุมโทนสีแบบรวมๆในงาน  บรัชที่ใช้คือ Simple water ใน Digital watercolor ค่ะ

พอลงตามตำแหน่งที่ได้แล้ว ก็ใช้ Pure water brush เกลี่ยๆให้เข้าทรงค่ะ บรัชตัวนี้เราใช้ทั้งเกลี่ยและควบคุมรูปทรงตลอดทั้งชิ้นงานเลยค่ะ ลองเกลี่ยๆเล่นดูก็ได้นะคะ ใช้ง่ายดี

 พอลงคลุมๆเสร็จ จะรู้สึกเหมือนว่างานเสร็จไปเยอะแล้ว แต่จริงๆยังเหลืออีกเพียบค่ะ 55+

เราอยากให้จำขั้นตอนนี้ไว้ดีๆ เพราะหลังจากนี้ไป วิธีการแบบนี้จะถูกใช้จนจบงานค่ะ แต่เราจะไม่ขออธิบายซ้ำนะคะ

--------------------------------------------------------------------------

ต่อไปจะเป็นการลงสีพื้นจริงๆค่ะ

เราเริ่มจากการลงสีผิวค่ะ ใช้ Simple water เจ้าเดิมเลย ลงผิวยังไม่มีอะไรมากเพราะลงสีเดียวก็เสร็จ

***************

เริ่มลงสีผมค่ะ Copy เลเยอร์ที่เทขาวลงไปในตอนแรกแล้วเริ่มลง ขั้นตอนนี้เรามักจะอาศัยการเว้นขาวมากกว่าการลงสีของแสงทับทีหลัง ข้อดีของวิธีนี้คือจะทำให้เราเห็นรอบขอบแปรงด้วยค่ะ

 

ต่อมาก็ลงสีเข้มกว่าไปในเลเยอร์เดียวกันไปเลย แล้วเกลี่ยให้เข้าทรง  จริงๆถึงตอนนี้เราดันลืมลืมแค๊ปสีตอนปาดชั้นเข้มกว่าน่ะค่ะ = =llll เพราะงั้นลองดูรูปตอนปาดสีเงาชั้นแรกแล้วทำความเข้าใจน่อ

ถ้าสีตากับสีผมเหมือนกัน เราก็ลงไปพร้อมๆกันซะเลย

ผมอาเบะคุง=w=  เราก็ใช้วิธีเดียวกันค่ะ  แต่จะเว้นขาวไว้น้อยกว่าเพราะจะทำให้ผมดูสีเข้มขึ้นค่ะ^3^

เนื่องจากชุดเบสบอลมันขาวค่ะ....เราก็เลยละขั้นตอนนี้ไว้ซะเลย =w=

มาลงส่วนที่ไม่ขาวละกัน....เอ ไอ้เสื้อที่เป็นเครื่องป้องกันของแคชเชอร์นี่มันเรียกว่าอะไรน๊าาา  ช่างมันก่อน มาลงสีกัน

ตอนแรก ลงพื้นเรียบๆนี่แหละค่ะ Simple Water เจ้าเิดิมเลย

 

ต่อมา เราปาดสีน้ำตาลที่เข้มกว่าค่อนข้างมากลงในเลเยอร์เดียวกันค่ะ

 

สาธิตวิธีการปาดสีฮะ....เราขออนุญาติสาธิตแยกต่างหากนะคะเพราะตอนปาดมันเสร็จเร็วมาก ลืมแค็ป = =

เรียบร้อย ><

 

( เอ่อ ดูยังไง๊ยังไงก็เหมือนช๊อกโกแล็ตบาร์ซะมากกว่าอ่ะ ORZ )

และใช้วิธีเดียวกันในการลงถุงมือค่ะ

 

พอมาถึงตรงนี้ เราก็ลงเงาทับไปอีกชั้นเพิ่มความลึกค่ะ ใช้สีที่จุดไว้ข้างๆนี่เลย

แล้วก็ ลงบริเวณระหว่างใต้คิ้วถึงตา เพื่อให้ดูลึก และให้อาเบะหน้าเข้มขึ้นอีกหน่อยค่ะ ^^

( ภาพแตกอย่างเห็นได้ชัด....เหวอออออ O[]Ollll )

ต่อมาก็....ดันนึกขึ้นมาได้ว่าชุดเบสบอลทีมนิชิอุระมันต้องมีชื่อนิชิอุระกะเบอร์ ( มิฮาชิเบอร์ 1 อาเบะเบอร์ 2 )

ก็เลยต้องลงเส้นเพิ่มค่ะ แต่ก่อนหน้านั้น เราเปิดเลเยอร์ใหม่เพื่อร่างซะก่อน

ดูเรื่องรอบยับด้วย อา...ยากจัง T T

 

ร่้างเสร็จก็ลงด้วยสีแดงตามต้นฉบับ เพิ่มเงา เท่านี้ก็เรียบร้อยไปอีกจุดค่ะ=3=

จบงาน Foreground ในส่วนของเพนเตอร์แล้วค่ะ คราวนี้จะไปต่อในช็อปแล้วจ้า

 เราลืมสิ่งที่สำคัญสุดๆไปเรื่องนึง นั่นก็คือก่ารกั้นซีเล๊คชั่นระหว่างFG กะ BG ค่ะ ใครที่อ่านฮาวทูตัวนี้ เราขอแนะนำให้ทำตั้งแต่ตอนตัดเส้นเสร็จเลยนะคะ ><

เรื่องเทคนิคในการกั้นซีเล็คชัน เราแนะนำให้ฟรีสไตล์ึค่ะ แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ต้องพาทเลยค่ะ เส้นจะโค้งเรียบสวยสุด และก็เร็วด้วย....แล้วก็ เรื่องวิธีการทำพาท แนะนำว่า ไปศึกษาเองดีกว่านะคะ....เราค่อนข้างศรัทธาในระบบเซลฟ์สตั๊ดดี้  แล้วก็ มันยิบย่อยจนเราขี้เกียจอีกนั่นแหละ

อันนี้กั้นเสร็จแล้วค่ะ เราลองเปิดเป็นโหมด Quickmask จะได้เห็นชัดๆ

ลงสีขาวรองส่วน FG ไว้ค่ะ คราวนี้ไม่ว่าจะจัดการอะไรกะฺBG ก็สบายแล้ว

เอาล่ะ พอกั้นซีเล็คกับรวมเลเยอร์ที่รวมได้แล้วเสร็จก็มาจัดการกะ BG ในเพนเตอร์ค่ะ

ด้านหลังของรูปนี้เราตั้งใจให้เป็นท้องฟ้าในฤดูร้อนค่ะ

อันที่จริง มันก็ไม่ใช่ของที่แค่จำๆว่าท้องฟ้าต้องมีสีฟ้ามีเมฆสีขาว หรืออะไรทำนองนั้นซะทีเดียวนะคะ ในที่นี้ เราก็จะขอให้ข้อสังเกตเอาไว้แบบนี้ค่ะ

ท้องฟ้าในหน้าร้อนจะมีสีเข้มกว่าหน้าอื่นๆ แล้วเมฆก็เป็นก้อนใหญ่ๆหนาๆ หน่อยค่ะ อา บางคนเห็นรูปนี้อาจจะไม่เก็ต ลองนึกถึง OP เรื่อง Air ดูนะคะ แบบนั้นเลย....><b

( แอบงกเมฆหลายสถาน กมันขี้เกียจวาดนี่นา )

ในขณะที่หน้าหนาว ท้องฟ้าจะปลอดโปร่งเกือบทั้งวันค่ะ เมฆก็ก้อนเล็กๆบางๆ

:::: คำถาม ::::

 Q : ทำไมหน้าหนาวถึงได้หนาว ??

 A :  ก็เพราะท้องฟ้า ( 27 ) ไม่มีเมฆ ( 18 ) อยู่เคียงข้างไงล่ะ

( / เอ๊ะ ไหงรู้สึกถึงสายตาอาฆาตของแม่ยก 6927 กะ D18 แม่งๆหว่า )

( คนอ่าน : ไอ้ขนุนนี่เล่นมุขบ้าอะไรของแมร่งขึ้นมาตอนนี้ฟร๊ะ )

....อ่า....วกเข้าเรื่องๆ

คอนเซปท์ของรูปนี้คือ "ความฝันของเด็กหนุ่มในหน้าร้อน ( คู่หูแบตเตอรี่ )" 55+ ( ชื่อบ้าอะไรเนี่ย = = ) เพราะงั้น ไงๆดูรวมๆก็ต้องหน้าร้อนค่ะ

 ก่อนอื่นเลย เราก็ลงสีฟ้าสองโทนแล้วเกลี่ยให้ไล่สีกันค่ะ  ใครใช้โปรแกรมที่มีกราเดียนส์นี่น่าอิจฉาจัง T T

ต่อมา เราลบขอบออกให้ขาวโดยใช้ Gentle wet ereser ใน Digital watercolor ค่ะ

บรัชตัวนี้เวลาปาดผลจะดูคล้ายกับเอากระดาษทิชชู่หรือบรัชหมาดๆมาซับสีออกนะคะ แล้วก็ลด Opacity ลงหน่อยเพื่อจะได้ไม่โดดเกินหน้าพระเอกกะนายเอกของเราค่ะ

 

ต่อมา เขียนแนวเมฆเบาด้วย Wet ereser ค่ะ

ต่อมาก็ลบบริเวณที่โดยแสงออก แหลือบริเวณที่เป็นเงาไว้ เวลาเบลนกับสีเทาในขั้นตอนต่อไปจะได้ดูมีสีบรรยากาศปนค่ะ

ต่อมา ลงสีเทาโทนอมฟ้าลงไปในส่วนที่เป็นเงาค่ะ

เสร็จแล้วก็ลงสีเทาที่อ่อนกว่า ทับบริเวณที่สว่างขึ้นมา

แล้วก็เกลี่ย + จัดรูปทรงด้วย Pure water brush ค่ะ

และนี่คือเมฆที่เสร็จแล้ว ^^

^^

ตกแต่งต้นไม้เบลอๆ ลงไปด้านล่าง แล้วก็ลบแต่งด้วย Gentle wet อีกที ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนนี้ค่ะ

เซฟซะ ( จริงๆควรจะเซฟเป็นระยะๆนะจ๊ะ ) แล้วมาเปิดงานใน PS กัน

มาตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนสุดท้ายกันจริงๆแล้วค่ะ 

เราอยากให้อาเบะดูลอยออกมาจากมิฮาชิซะหน่อย เลยตัดสินใจปรับลด Opacity ของลายเส้นตัวมิฮาชิลงค่ะ

( คงไม่ค่อยเห็นความแตกต่างอ่ะเนอะ = = )

จากนั้น ลบสีส่วนที่ตั้งใจให้ออกมาในแนวคัตเอาท์ออกให้ดูเลือนหายไปค่ะ

 

เมื่อจัดการตรงนี้เสร็จ เราก็พบว่าส่วนด้านล่างของรูปมันว่างไป ทำให้คอมโพสดูไม่ได้เอาซะเลย ORZ   จึงครอปส่วนที่เกินจำเป็นออกไปค่ะ ในที่นี้ ก่อนครอป ดูคอมโพสดีๆด้วยนา ไม่ใช่ครอปแล้วเหียกกว่าเดิม = =

ก่อนครอป.....

พอครอปเสร็จก็จัดการตกแต่งฟอนต์ดังนี้ค่ะ

 

Finished !!!!!

( แล้วก็ สุขสันต์วันเกิดพี่โชย้อนหลังด้วยนะคะ ^^ )

( พี่โช : เห้ยนัท.....มิฮาชิเอ็งอยู่ไหนวะ... )

( ไอนัท : .....พูดไม่ออก....)

 เอาเป็นว่า ยังไงรูปก็เสร็จไปแล้ว T Tเรื่องทรงผม แก้ตัวกันงานหน้าละกันค่ะ

 

ถ้ามีข้อสงสัยอะไรยังไง.... EMS เอานะจ๊ะ ^^

 


Seishun Line - Ikimonogakari

 จะมีเพลงไหนเข้ากับรูปไปกว่าเพลงนี้อีก =w=